สะสมพระคือการเก็บสะสมพระที่ตนเองชอบอาจจะเป็นพิมพ์นิยมหรือไม่ใช่พิมพ์นิยมก็แล้วแต่ถ้าใจชอบเป็นพอและพระแท้มีมากมายให้เก็บสะสมแล้วทำไมต้องเลือกเก็บสะสมแต่ที่พิมพ์นิยมที่มีราคาแพง พระสมเด็จหมายถีง: พระเครื่องรางรูปสมมติพระพุทธเจ้า สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี วัดระฆังโฆสิตาราม พระกรุ หมายถึง : พระเครื่องที่คนสมัยก่อนเก่าสมัยโบราณได้สร้างไว้และนำบรรจุลงกรุ เช่น เจดีย์ , ใต้ฐานพระวิหาร เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา (สนใจติดต่อ 0855544786,0985623668 )
วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
พระเนื้อผงพิมพ์ขุนแผนสร้างยุคแรกวัดระฆัง
พระเนื้อผงพิมพ์ขุนแผนสร้างยุคแรกวัดระฆัง
สื่งที่บ่งบอกว่าเป็นพระวัดระฆังจะมองดูตาธรรมดาหรือใช้กล้องส่องคือ
1.การม้วนตัว
2.มีรอยการยุบตัวของเนื้อพระทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
3.มีร่องการหลุดของมวลสารต่างๆ
4.มีรอยการแตกแยกตัว
5. มีการงอกหรือดันของผงวิเศษ
6. รอยสนิมต่างๆ
7. มีอิฐแดงและจุดแดง
8. มีพระธาตุ
9. มีหลุมพระจันทร์และการหลุดต่างๆของมวลสารหรือสารต่างๆ
สื่งที่บ่งบอกว่าเป็นพระวัดระฆังจะมองดูตาธรรมดาหรือใช้กล้องส่องคือ
1.การม้วนตัว
2.มีรอยการยุบตัวของเนื้อพระทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
3.มีร่องการหลุดของมวลสารต่างๆ
4.มีรอยการแตกแยกตัว
5. มีการงอกหรือดันของผงวิเศษ
6. รอยสนิมต่างๆ
7. มีอิฐแดงและจุดแดง
8. มีพระธาตุ
9. มีหลุมพระจันทร์และการหลุดต่างๆของมวลสารหรือสารต่างๆ
วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
พระสมเด็จจาก บันทึกย่อของหลวงปู่คำ วัดอัมรินทร์
จากทุกตำราจะอ้างอิงแต่ตำราของตรี ยัมปวายได้รวบรวมประวัติสมเด็จโตและการสร้างพระสมเด็จขึ้น และรวบรวมพระสมเด็จถ่ายรูปลงหนังสือนั้น จึงมีพระสมเด็จไม่มากพอ คือมีให้เห็นไม่กี่พิมพ์เท่านั้นเองชึ่งส่วนมากจะเป็นพิมพ์ยุคสุดท้ายของหลวงวิจารณ์เจียรนัย ที่แกะพิมพ์โดยหินลับมีดโกน เป็นพิมพ์ยอดนิยม ทำให้พิมพ์พระของสมเด็จโตชึ่งสร้างมากมายหลายพิมพ์กลายเป็นพระปลอมในสายตาเซียนพระในปัจจุบันทำให้ของดีกลายเป็นของปลอมไปซึ่งวัตถุประสงค์ของสมเด็จโตสร้างและแจกให้กับทุกชนชั้นและพระสมเด็จโตก็มีมากมายเพียงพอกับทุกคนที่รักและศรัทธาในสมเด็จโตขอเพียงคุณเป็นคนดีพระสมเด็จจะมาหาคุณเองไม่ว่าจะพิมพ์ไหนก็ตาม
หรือของสร้างลงกรุไว้ที่ไหนถ้าเป็นพระของสมเด็จโตก็มีพุทธคุณเหมือนกัน เราควรจะสึกษาตำราของ
หลวงปู่คำ วัดอัมรินทร์ชึ่งได้บันทึกการสร้างพระสมเด็จไว้ให้เราได้ศึกษา
พระสมเด็จจาก บันทึกย่อของหลวงปู่คำ วัดอัมรินทร์
หรือของสร้างลงกรุไว้ที่ไหนถ้าเป็นพระของสมเด็จโตก็มีพุทธคุณเหมือนกัน เราควรจะสึกษาตำราของ
หลวงปู่คำ วัดอัมรินทร์ชึ่งได้บันทึกการสร้างพระสมเด็จไว้ให้เราได้ศึกษา
พระสมเด็จจาก บันทึกย่อของหลวงปู่คำ วัดอัมรินทร์
พระสมเด็จวัดระฆัง คือพระที่หลวงปู่โต
หรือบรรดาสานุศิษย์ของพระคุณท่านสร้างขึ้นมาต่อหน้าท่านที่วัดระฆัง
โดยอยู่ในการควบคุมของท่าน
ซึ่งทราบจากประวัติการบอกเล่าจากหลาย
ๆ ที่ว่าแทบทุกวันจะมีการตำโขกมวลสารต่าง ๆ และอัดเป็นองค์พระกันที่หน้ากุฏิของท่าน เมื่อตากแห้งดีแล้วก็นำขึ้นไปเก็บไว้ที่หอสวดมนต์ของท่าน ซึ่งท่านจะนั่งสวดมนต์ภาวนาปลุกเสกพระของท่านทุกวัน
แม่แบบหรือแม่พิมพ์พระก็มีมากมายหลายแบบ มีทั้งที่ช่างจากวังหลวงบ้าง วังหน้าบ้าง วังหลังบ้าง ชาวบ้านผู้มีฝีมือในการแกะพิมพ์บ้าง ลูกหลานของท่านบ้าง ช่วยกันแกะแม่พิมพ์ถวาย ถ้าเป็นชาวบ้านแม่พิมพ์ก็เป็นไม้ธรรมดา ถ้าเป็นช่างหลวงแม่พิมพ์ก็เป็นไม้ที่แข็งแรงทนทาน หรือใช้หินอ่อนบ้าง หินลับมีดโกนหรือหินทรายบ้าง เครื่องแกะสลักก็มีมาตรฐาน ก็จะได้แม่พิมพ์ที่สวยงาม มาตรฐาน
ดังนั้นพระสมเด็จวัดระฆังจึงมีมากมาย ซึ่งจากการบันทึกย่อประวัติหลวงปู่โตและพระสมเด็จของท่านมีรายละเอียดไว้พอสมควรทีเดียว
แม่แบบหรือแม่พิมพ์พระก็มีมากมายหลายแบบ มีทั้งที่ช่างจากวังหลวงบ้าง วังหน้าบ้าง วังหลังบ้าง ชาวบ้านผู้มีฝีมือในการแกะพิมพ์บ้าง ลูกหลานของท่านบ้าง ช่วยกันแกะแม่พิมพ์ถวาย ถ้าเป็นชาวบ้านแม่พิมพ์ก็เป็นไม้ธรรมดา ถ้าเป็นช่างหลวงแม่พิมพ์ก็เป็นไม้ที่แข็งแรงทนทาน หรือใช้หินอ่อนบ้าง หินลับมีดโกนหรือหินทรายบ้าง เครื่องแกะสลักก็มีมาตรฐาน ก็จะได้แม่พิมพ์ที่สวยงาม มาตรฐาน
ดังนั้นพระสมเด็จวัดระฆังจึงมีมากมาย ซึ่งจากการบันทึกย่อประวัติหลวงปู่โตและพระสมเด็จของท่านมีรายละเอียดไว้พอสมควรทีเดียว
บันทึกย่อของหลวงปู่คำ วัดอัมรินทร์
“พ่อโตบวชพระเมื่อ พ.ศ.๒๓๕๐ เกิด ชาตะ ๒๓๓๐ บวชพระ ๖๕ พรรษา มรณะ ๒๔๑๕ บวชเณร ๘ พรรษา บวชตั้งแต่เป็นเณร พ.ศ.๒๓๔๒”
ตัวอักษรดำใหญ่เป็นบันทึกเพิ่มเติมภายหลังว่า “แต่ เป็นบันทึกของหลวงปู่คำ เขียนไว้ถี่ถ้วน เป็นที่เชื่อได้ เป็นประวัตอันแท้จริงของขรัวโตวัดระฆัง แล้วมาลอกต่อเมื่อปู่คำได้มรณภาพ ไปแล้ว ๔ ปี ในราว พ.ศ.๒๔๒๕ แล้วบันทึกนี้ตกอยู่ที่พระครูปลัดมิศร์ และนายพึ่ง ลูกนายเหลี่ยมบ้านช่างหล่อ ได้ไปขอปลัดมิศร์มาลอกเอาไว้ในราว ๒๔๓๙ แล้วนายจอม องค์ช่างหล่อ มาลอกครั้งสุดท้ายเมื่อ ๒๔๔๓ นายจอมเป็นหัวหน้ากองโรงกษาป ได้ลอกมาจากบ้านช่างหล่อ หลังวัดระฆัง เป็นหลานนายพึ่งปฏิมาปกร เคยเป็นเจ้ากรมกษาปหรือช่างสิบหมู่สมัยนั้น ต่อมา หลานนายจอมได้ลอกมาไว้เป็นครั้งสุดท้าย พระคุณท่านได้เป็นพระวิปัสสนาสูง จะหาพระองค์ใดมาเปรียบมิได้”
อีกหน้าเป็นบันทึกของหลวงปู่คำต่ออีกว่า “พิมพ์พระสมเด็จทรงนิยมที่ชาวบ้านทั่วไปรู้จัก
พิมพ์ที่ ๑ ทรงพระประธาน มี ๕ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
พิมพ์ที่ ๒ ทรงชายจีวร มี ๑๕ พิมพ์ ๆ คะแนน ๒ พิมพ์
พิมพ์ที่ ๓ อกร่องหูยานฐานแซม มี ๓ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
พิมพ์ที่ ๔ เกศบัวตูม มี ๔ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
พิมพ์ที่ ๕ ปรกโพธิ์มีพิมพ์ที่ไม่แตกมี ๕ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
พิมพ์ที่ ๖ ฐานคู่มีพิมพ์ที่ไม่แตก มี ๓ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
พิมพ์ที่ ๗ เส้นด้าย มี ๑๕ พิมพ์ ๆ คะแนน ๒ พิมพ์
พิมพ์ที่ ๘ สังฆาฏิ มี ๗ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
พิมพ์ที่ ๙ หน้าโหนกอกครุฑ มี ๑๖ พิมพ์ ทั้งพิมพ์ใหญ่
พิมพ์ที่๑๐ พิมพ์ทรงเจดีย์ มี ๒ พิมพ์ ๆ คะแนน ๑ พิมพ์
เมื่อพระคุณท่านได้มรณภาพแล้ว รวมพิมพ์พระที่ไม่แตกชำรุดได้ ๑๖๔ พิมพ์ เป็นพิมพ์สมเด็จที่นิยมและไม่นิยม ๘๑ พิมพ์ นอกนั้นเป็นพิมพ์พระอย่างอื่นเสีย ๘๓ พิมพ์ แล้วที่แตกหัก ๘ ถาดทองเหลืองเต็ม ๆ และพิมพ์ไกเซอที่เสด็จยุโยป ๓๐๐ องค์ ๆ พิมพ์เป็นพระได้แจกให้พระเจ้าไกเซอ ต่อมาได้ทำพิมพ์เศียรบาตรขึ้นมาแทนพิมพ์ไกเซอ เพราะใครก็อยากได้พิมพ์ไกเซอ เลยเอาพิมพ์เศียรบาตรแทน ต่อมาคนได้เชื่อว่าพิมพ์นี้เป็นพิมพ์ไกเซอ แต่ความจริงไม่ใช่ พิมพ์ไกเซอองค์พระนั่งบนบัว.” จบบันทึกของหลวงปู่คำเพียงเท่านี้
ทีนี้ เมื่อพิมพ์พระสมเด็จวัดระฆังที่ไม่แตกชำรุดมีถึง 164 พิมพ์เช่นนี้ ถ้ารวมทั้งที่แตกไปแล้วมันจะมีกี่ร้อยพิมพ์ก็ไม่รู้ได้ แต่เอาเฉพาะที่ยังไม่แตกไว้เป็นหลักฐานแค่นี้ก็มากพอแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่าพระสมเด็จวัดระฆังนั้นมีมากมายเหลือเกิน ที่ท่านเอาไปแจกตอนบิณฑบาตนั้นจะหลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่ ซึ่งมันก็กระจัดกระจายไป ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ผู้คนก็อาจไม่ได้ให้ความสำคัญจนรักษาไว้อย่างหวงแหน เพราะมันไม่มีราคาค่างวดอันใดให้เหลือแล ก็น่าจะสาบสูญไปกับการเวลา ที่เหลือมากก็อยู่กับเจ้านายหรือขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพนับถือท่านมาก ๆ ก็จะเก็บพระของท่านแต่ละชุด ๆ ไว้มากพอทีเดียว พระเหล่านี้ในภายหลังก็ถูกแจกจ่ายออกมาสู่บุคคลภายนอกบ้าง ในช่วงที่พระสมเด็จเริ่มหายากขึ้นแล้ว
วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
พระเนื้อชิน
ความหมายจาก พจนานุกรมแปล ไทย-ไทย
ราชบัณฑิตยสถาน
ชิน น. โลหะเจือชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยตะกั่วและดีบุก
นิยมใช้ทําพระเครื่อง (โบ) ชิน หรือ ชินธาตุ หมายถึง ดีบุก. (ปรัดเล).ก.
เคยมาแล้วบ่อย ๆ คุ้นหรือเจน.ก. บุอย่างบุทองแดง.[ชินะ ชินนะ] น. ผู้ชนะ
พระพุทธเจ้า ใช้ประกอบกับคําอื่นเป็น ชินวร ชิเนนทร์ หมายความว่า พระพุทธเจ้า. (ป.
ส.).น. ชื่อศาสนาหนึ่งในอินเดีย มีศาสดาชื่อมหาวีระ เชน หรือ ไชนะ ก็ว่า. (ส.).
เนื้อชินแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดคือ
1.ประเภทเนื้อชินตะกั่ว หมายถึง พระเนื้อชินทีมีส่วนผสมของแร่ตะกั่วมากกว่าแร่อย่างอื่นมีอายุมากๆ จะเกิดสนิมในรูปของอ๊อกไซด์ปกคลุมส่วนบนของพระ มีลักษณะเป็นคราบสนิมแดง ๆ พระบางองค์มีการประทุระเบิดของเนื้อจากภายในออกมาภายนอกในลักษณะธรรมชาติเรียกว่า “แตกรานแบบใยแมงมุม” ส่วนพระที่มีอายุน้อย จะมีจุดแดงเรื่อๆ จับอยู่บนผิวพระเป็นหย่อม ๆ หรือเป็นสนิมเกาะเพียงบาง ๆเราเรียกพระประเภทนี้ว่าพระเนื้อชินสนิมแดง
2.ประเภทพระเนื้อชินเงิน หมายถึงพระเนื้อชินที่มีเนื้อในมีสีขาวคล้ายสีเงินยวงซึ่งมีส่วนผสมของตะกั่วและดีบุกเป็นหลัก โดยจะมีดีบุกมากกว่าตะกั่วและผสมปรอท
3.ประเภทเนื้อชินเขียว หมายถึงพระเนื้อชินที่มีส่วนผสมระหว่างแร่ตะกั่วกับแร่สังกะสี
ขั้นตอนการดูพระเนื้อชินดังนี้
1.การดูลักษณะของธรรมชาติความเก่าดังนี้
1.1 ประเภทเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงต้องมีหรือ
1.1.1 เกิดแตกรานแบบใยแมงมุมชึ่งของใหม่หรือพระปลอมยังทำไม่ได้
1.1.2 เกิดการเกิดสนิมไขขาวที่เกิดบนเนื้อตะกั่วและเกิดจะมีสีแดงแบบลูกหว่าจะต้องไม่แดงเท่ากันทั้งองค์ คือ มีสีแดง เข้มบ้างอ่อนบ้าง บางจุด ไม่ใช่แดงเป็นสีเดียวกันทั้งองค์ และจะต้องเกิด ไขขาวของใหม่หรือพระปลอมยังทำไม่ได้
1.2.ประเภทเนื้อชินเงินต้องมีหรือรอยลั่น หรือปริแยก หรือผุกร่อนในลักษณะของธรรมชาติที่เกิดจากด้านข้างในไปข้างนอกของใหม่หรือพระปลอมยังทำไม่ได้
1.3 ประเภทเนื้อชินเขียวต้องมี สนิมที่เรียกว่าสนิมไข่แมงดาและสนิมไขวัวของใหม่หรือพระปลอมยังทำไม่ได้
1.2.ประเภทเนื้อชินเงินต้องมีหรือรอยลั่น หรือปริแยก หรือผุกร่อนในลักษณะของธรรมชาติที่เกิดจากด้านข้างในไปข้างนอกของใหม่หรือพระปลอมยังทำไม่ได้
1.3 ประเภทเนื้อชินเขียวต้องมี สนิมที่เรียกว่าสนิมไข่แมงดาและสนิมไขวัวของใหม่หรือพระปลอมยังทำไม่ได้
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
มุมมองทางวิทยาศาสตร์พระสมเด็จ 6.การแยกตัวและบิแยกตัว
มุมมองทางวิทยาศาสตร์พระสมเด็จ 6.การแยกตัวและบิแยกตัว
มุมมองทางวิทยาศาสตร์พระสมเด็จ 6.การแยกตัวและบิแยกตัว
6.การแยกตัวและบิแยกตัว คือจากประวัติการสร้างพระสมเด็จสมเด็จโตมีการใส่หรือผสมเนื้อพระหลายอย่างในเนื้อพระเมื่อพระมีอายุมากขึ้น100ปีย่อมมีการเปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศเกิดการยุบตัวไม่เท่ากันในเนื้อพระพระมีมวลสารหรือสสารต่างกันในเนื้อตัวจะเกิดการแยกตัวและบิตัวจะเกิดขึ้นได้ทั้งด้านหน้าที่เส้นซุ้มและองค์พระด้านหลังและด้านข้างตัวตามมา
ส่วนพระเนื้อผงใหม่นั้นส่วนมากจะเป็นมวลสารหรือสสารจะเป็นผงหรือสสารที่ใกล้เคียงกันและทำขึ้นใหม่ส่วนมากไม่ถึง50ปี ทำให้การยุบตัวน้อยจะน้อยหรือไม่มีเลยการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหน้าที่เส้นซุ้มและองค์พระ และด้านหลัง และด้านข้าง
พระเนื้อผงปลอมและพระผงใหม่ยังการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหน้าที่เส้นซุ้มและองค์พระ และด้านหลัง และด้านข้างไม่ได้หรือทำไม่เหมือนครับ
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหน้า
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหน้า
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหน้า
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหน้า
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหลัง
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหลัง
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านข้าง
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านข้าง
มุมมองทางวิทยาศาสตร์พระสมเด็จ 6.การแยกตัวและบิแยกตัว
6.การแยกตัวและบิแยกตัว คือจากประวัติการสร้างพระสมเด็จสมเด็จโตมีการใส่หรือผสมเนื้อพระหลายอย่างในเนื้อพระเมื่อพระมีอายุมากขึ้น100ปีย่อมมีการเปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศเกิดการยุบตัวไม่เท่ากันในเนื้อพระพระมีมวลสารหรือสสารต่างกันในเนื้อตัวจะเกิดการแยกตัวและบิตัวจะเกิดขึ้นได้ทั้งด้านหน้าที่เส้นซุ้มและองค์พระด้านหลังและด้านข้างตัวตามมา
ส่วนพระเนื้อผงใหม่นั้นส่วนมากจะเป็นมวลสารหรือสสารจะเป็นผงหรือสสารที่ใกล้เคียงกันและทำขึ้นใหม่ส่วนมากไม่ถึง50ปี ทำให้การยุบตัวน้อยจะน้อยหรือไม่มีเลยการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหน้าที่เส้นซุ้มและองค์พระ และด้านหลัง และด้านข้าง
พระเนื้อผงปลอมและพระผงใหม่ยังการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหน้าที่เส้นซุ้มและองค์พระ และด้านหลัง และด้านข้างไม่ได้หรือทำไม่เหมือนครับ
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหน้า
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหน้า
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหน้า
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหน้า
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหลัง
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านหลัง
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านข้าง
ภาพข้างล่างตัวอย่างแสดงการแยกตัวและบิแยกตัวด้านข้าง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




















